Drupal 7 hook menu validating argument from url ambien dating

One of the simplest uses of hook_menu is to set up a custom page at a given path. In Drupal 8, paths are managed using a file to describe each path (or ‘route’) and a corresponding controller class that extends a base controller, which contains the logic of what happens on that path.

Translation is available within the controller as /** * @file * Contains \Drupal\example\Controller\Main Page Controller.*/ namespace Drupal\example\Controller; use Drupal\Core\Controller\Controller Base; class Main Page Controller extends Controller Base { public function main Page() /** * @file * Contains \Drupal\example\Controller\Main Page Controller.We provide to download or store your favorite videos in your beloved mobile, desktop, laptop android devices, It’s easier than you might think to learn how to download Youtube videos and we’re going to take you through it, Whether you want to store a music video.Download Mp4 Video, Music Video, Full Movie, Video Full Songs, Youtube To Mp3 Songs, Video Photos Gallery, Youtube To 3Gp Video, Video Voice Lesson, Video Dance Moves, Download Mp3 Songs, Video Guitar Tutorial, Youtube To Mp4 Video, Video Piano Lesson, Download 3Gp Video.* * Set beginning and end dates, retrieve posts from database * saved in that time period. */ function current_posts_contents() อธิบาย Drupal hook: hook_block_view() function หลักที่ใช้: user_access(), l(), theme() ขั้นตอนต่อไปในส่วนนี้คือนำข้อมูลที่เราสร้างขึ้นใน custom function ของเราและเปลี่ยนเป็นเนื้อหาสำหรับ block ซึ่งเราจะใช้ hook_block_view function นี้จะ return ค่า 2 ค่า คือ ‘subject’ คือ title ของ block และ ‘content’ คือ เนื้อหาของตัวมันเอง โดยใน function นี้จะมี switch คอยทำหน่าที่ กรอง โดยจะใช้ตัวแปร $delta ( function hook_block_view จะต้องมีตัวแปร $delta เสมอ ) Access check ส่วนแรกของ code ถ้า $items มีข้อมูลตามเงื่อนไข จะไปทำงานต่อที่ theme() function ซึ่งใน argument แรกของ theme hook function นี้ของ Drupal มี theme hook เริ่มต้นหลายตัวที่สามารถใช้กับฟังก์ชันนี้ได้ ดูได้ที่ Default theme implementations ถ้าดูตาม code ด้านบนจะเป็นการกำหนดให้ข้อมูลของเราเป็น list รายการที่ไม่เรียงลำดับ การใช้งาน function theme_item_list ของ theme hook จะมี argument ตัวที่ 2 เป็นการส่งค่า content เข้าไปใน theme Code function นี้ทั้งหมด อธิบายเกี่ยวกับ: hook_menu() Registering the URL ในส่วนนี้เราจะใช้ hook_menu() ถึงจะชื่อว่า hook_menu แต่มันไม่ได้แค่จัดการ menu เท่านั้น เรายังใช้มันในการลงทะเบียน path ในการเข้าถึงของแต่ละ URl ด้วย Access check hook_menu () ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของ Drupal เนื่องจากจะดำเนินการตรวจสอบการเข้าถึงของผู้ใช้ เราต้องการให้ผู้ดูแลระบบเพียงรายเดียวเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงแบบฟอร์มนี้ได้และเราจะตรวจสอบสิทธิ์ใน hook_menu () เพื่อลดจำนวนสิทธิ์ที่ผู้ดูแลระบบต้องจัดการเราจะใช้สิทธิ์การดูแลระบบหลักแทนการสร้างสิทธิ์แบบกำหนดเองใหม่ ในระบบเมนูของ Drupal จะมีการแปลแอตทริบิวต์ ‘title’ และ ‘description’ อัตโนมัติ ซึ่งต้องใช้ฟังก์ชัน t() ในในการตัวอักษรสตริงทั้งหมด Declaring the form “page callback” เป็นการบอก Drupal ว่าอะไรคือสิ่งที่ลิ้งนี้ต้องการ ในที่นี้คือ “drupal_get_form” “page arguments” เป็นค่าที่ส่งผ่านไปที่ function ตอนนี้คือ “current_posts_form” เรากำหนดว่าเป็นทั้ง ID ของฟอร์มและชื่อของฟังก์ชันที่จะสร้างฟอร์มการตั้งค่าของเรา โดยชื่อ function ที่เรากำหนดจะเป็นไปตาม naming convention ของ PHP variable ซึ่งต้องขึ้นต้นด้วย ชื่อ module ตามด้วย underscore ส่วนนี้เกี่ยวกับ: Form API function หลักเกี่ยวกับ: variable_get(), system_settings_form() ต่อไปเราจะสร้าง current_posts_form() function เราสร้างฟอร์มด้วยการเพิ่ม elements ลงใน array ของตัวแปร $form ใน array แต่ละ key จะมี hash mark (#) เพิิ่ม code นี้ลงในไฟล์ current_posts.module Form element attributes ดูรายละเอียด Form API ดูได้ที่ Form API Reference System settings Drupal ช่วยให้เราสามารถบันทึกข้อมูลของฟอร์มด้วยฟังก์ชัน system_settings_form() โดยการใช้ฟังก์ชันในโค้ดของเราเราจะบอก Drupal ให้ส่งปุ่มและบันทึกข้อมูลลงในตัวแปรถาวรโดยใช้ variable_set() นอกจากนี้ยังจะมีข้อความยืนยันสีเขียวเมื่อบันทึกข้อมูลสำเร็จและข้อความแสดงข้อผิดพลาดสีแดงหากมีบางอย่างผิดพลาด หากต้องการคุณสามารถสร้างฟังก์ชันการส่งได้เองได้ (ดู Form API Quickstart Guide) แต่ตอนนี้เราจะใช้ฟังก์ชันนี้ Editing the query เราต้องเพิ่มโค้ดสองบรรทัดลงใน query function current_posts_contents ส่วนแรกจะรับค่าจาก variable_get() มาเก็บไว้ที่ $max_num อีกส่วนจะเป็นการนำไปใช้ใน query (ดูตรงที่ comment ว่า NEW LINE) ส่วนนี้เกี่ยวกับ: Form API function หลักเกี่ยวกับ: _validate(), form_set_error() Form API จะมี validation ไว้ให้แล้วด้วย แต่เราก็ยังสามารถสร้าง validation function เองได้ด้วย validation function จะทำงานเหมือนกับ hook โดยมีการตั้งชื่อว่า current_posts_form_validate($form, &$form_state) (อย่าสับสนกับ hook_validate () ซึ่งเป็นส่วนนึงของ main hook) ตัวแปล $form_state จะรับค่ามาแบบ passed by reference ตามที่ค่าที่ถูกส่งมาจาก form (default key อะไรบ้างที่สามารถใช้ได้ให้ไปดูที่ drupal_build_form()) เพิ่มฟังก์ชันนี้ลงในไฟล์ current_posts.module ของคุณ: /** * Implements validation from the Form API.

* * @param $form * A structured array containing the elements and properties of the form.

ไปอ่านต่อเอง เนื้อหาหลักเกี่ยวกับ: Block system, Render arrays, Menu system function หลักเกี่ยวกับ: drupal_set_title() ล่าสุดที่เราเพิ่มเข้าไปใน module เราจะดึงสิ่งที่เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับ block system, menu system, และ render arrays และการแก้ปัญหา minor bug ใน Drupal 7 เป็นไปได้ว่า คุณอาจไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหานี้จาก ‘Navigation menu’ ไม่ได้ แต่ถ้ามีลิ้ง ‘More’ ที่ด้านล่างของ ‘Current posts’ block คุณอาจเข้าจากทางนี้แทน ถ้าคุณย้อยกลับไปดู Default theme implementations reference ใน Generating block content จะเห็นว่ามี theme hook ที่ชื่อว่า theme_more_link เราจะใช้ function นี้ร่วมกับ theme hook suggestion ในการแสดง ‘More’ link.

I'm pretty new to drupal, so bear with me if I'm not using correct terms.

The method used inside the controller to manage this route can have any name, entry in the YAML file above.

A controller can manage one or more routes, as long as each has a method for its callback and its own entry in the YAML file.

This controller logic might have lived in a separate MODULE.file in Drupal 7. Routes have names that don’t necessary have anything to do with their paths. They should be prefixed with your module name to avoid name clashes. I keep forgetting that and it is a common source of problems as I make the transition.